Warning: Trying to access array offset on value of type bool in /srv/users/moviex365/apps/moviex365/public/wp-content/themes/videopro/inc/megamenu/megamenu.php on line 721

Warning: Trying to access array offset on value of type bool in /srv/users/moviex365/apps/moviex365/public/wp-content/themes/videopro/inc/megamenu/megamenu.php on line 725
Dark Season 2 (2019) ดาร์ก ซีซั่น 2 ดูซีรี่ย์

Dark Season 2 (2019) ดาร์ก ซีซั่น 2

 Dark Season 2 (2019) ดาร์ก ซีซั่น 2 ดูซีรี่ย์

Dark Season 2 (2019) ดาร์ก ซีซั่น 2 DARK เป็นเรื่องเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็กในเมือง ผู้คนภายในเมืองเลยช่วยกันออกตามหา แต่ยิ่งค้นหาก็ยิ่งพบกับบางอย่างที่น่าสะพรึง..!! ซึ่งอยากจะกราบคนเขียนบทมากๆ เพราะบทมันโคตรลึกล้ำ! คาดไม่ถึง! เดาทางไม่ได้! สู่การหาคำตอบที่เมื่อมีคนหาย อย่าถามว่าหายไปอยู่ที่ไหน แต่หายไปอยู่เมื่อไหร่…? สามารถรับชมซีซั่น 2

Dark Season 2 (2019) ดาร์ก ซีซั่น 2

เมื่อ ‘พระเจ้า’ คือ ‘กาลเวลา’ มนุษย์จึงเป็นเพียงฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนโลกให้เดินไปข้างหน้า  fantastic beasts ออนไลน์ ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกกำหนดไว้แล้ว จากซีซั่นแรกที่ซีรีส์ทำให้เห็นว่าทุกตัวละคร และทุกไทม์ไลน์ มีความเชื่อมโยงกันทั้งในอดีต-ปัจจุบัน ซีซั่นนี้จึงเป็นการตอกย้ำทฤษฎีนี้ ด้วยการเติมช่องโหว่ที่ยังเป็นรูให้เต็มด้วยการเล่า Background รวมถึงเหตุและผลของทุกตัวละคร ที่อาจจะตามทันและไม่ทันบ้าง แต่มันก็ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า ทุกตัวละคร ‘เชื่อมโยง’ กัน และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเชื่อ ก็คือ ‘การเวียนว่ายตายเกิด’ ซึ่งในความเป็นจริงมันอาจจะไม่มีการพิสูจน์ แต่ในซีรีส์ก็ได้พิสูจน์แล้วด้วยวิทยาศาสตร์

.

ถ้าถามว่าซีรีส์มันดีขนาดนั้นมั้ย ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกขนาดนั้นตั้งแต่ซีซั่นแรกแล้ว และสำหรับซีซั่นนี้ เราก็รู้สึกกับมันเท่าเดิม ถ้าซีซั่นแรกคือการเปิดโลกที่เต็มไปด้วยความฉงนงงงวย ซีซั่นนี้คือการสานต่อความฉงนด้วยเรื่องราวที่จับทิศทางได้มากขึ้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลสนับสนุนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต และสำหรับซีซั่นนี้มันมี ‘จุดสังเกต’ ที่ทำให้เราไม่หลงไทม์ไลน์เท่าซีซั่นที่แล้ว รวมถึงตัวละครจากอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต ก็ชัดเจน หรือว่าสมองเราได้ปรับภาพจำให้แข็งแรงขึ้นแล้วก็ไม่รู้

.

ถ้า ‘อดีต’ คือสิ่งที่สะท้อน ‘อนาคต’ แต่ความจริงแล้ว อดีตอาจจะไม่ใช่ทุกอย่างของอนาคตเสมอไป ซึ่งซีซั่นนี้ทำให้เห็นว่า ถึงแม้อดีตจะพยายามหาทางออกจากเรื่องราววิปริตเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ตัวตนที่เป็นบั้นปลายของอนาคต กลับมีเป้าหมายอีกอย่างก็เป็นได้ เช่น ตัวละครอย่าง ‘โยนาส’ ที่เขาเป็นเด็กหนุ่มที่โชคร้าย บังเอิญหลงไปอยู่ในอดีต พยายามหาทางออกจากวังวนนี้ และการปรากฎตัวของเขาในอนาคต ก็ยังสานต่อความต้องการเดิม จนกระทั่งบั้นปลายชีวิต เขากลับไม่ได้เป็นโยนาสคนเดิมอีกต่อไป

.

ยังคงยืนยันคำเดิมจากที่เคยพูดไว้ในซีซั่นแรก คือซีรีส์กำลังทำเรื่องที่ไม่ได้ยากมาก ให้กลายเป็นเรื่องโคตรยาก ปัญหาที่ชัดมากเลยก็คือ ‘ลำดับเรื่อง’ ที่สะเปะสะปะ กว่าจะจับจุดได้ว่าไทม์ไลน์ไหนเป็นไทม์ไลน์ไหน ก็ต้องอาศัยการจำหน้าตัวละครให้ได้ก่อนอีก ซึ่งมันอาจจะทำให้เราได้รับเมสเสจที่คลาดเคลื่อน เพราะจุดโฟกัสมันกลายเป็นว่าเราต้องคอยเช็คตัวเองตลอดว่า ตอนนี้มันอยู่ที่ไทม์ไลน์ไหนกันแน่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าซีรีส์มีความพิถีพิถันในการเขียนบท เพราะการเชื่อมโยงของตัวละครมันยังสร้างความเซอร์ไพรส์ให้เราได้เสมอ

.

เอาเป็นว่า ‘Dark’ ซีซั่นนี้ยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ไม่มีตก แต่มันก็แค่ไม่ได้ดีดตัวเองให้สูงกว่ามาตรฐานอย่างที่ควรจะเป็น บวกกับเรื่องราวที่ไม่ได้ไปข้างหน้าสักเท่าไหร่ เหมือนเป็นการเติมซีซั่นแรกให้เต็มด้วยเรื่องราวที่แน่นขึ้น และจากที่ซีซั่น 1-2 คือการทับซ้อนของไทม์ไลน์ ความเชื่อมโยงของตัวละครที่มันมีเวลามาเกี่ยวข้อง แต่สำหรับซีซั่น 3 มันจะมีเรื่องของ ‘มิติเวลา’ เข้ามาเพิ่มความสับสนไปอีกสเต็ป และจักรวาลของ Dark ก็คงกว้างขึ้น แต่จะ ‘ออกทะเล’ หรือ ‘เละเทะ’ คงต้องลุ้นกันอีกที

Jonas finds himself trapped in the future and desperately tries to return to 2020. Meanwhile, his friends Martha, Magnus, and Franziska are trying to uncover how Bartosz’ is involved in the mysterious incidents occurring in their small hometown of Winden. More and more people are drawn into the events orchestrated by an obscure figure who seemingly controls everything that is connected throughout different time zones.

โจนัสพบว่าตัวเองติดอยู่ในอนาคตและพยายามอย่างยิ่งที่จะกลับไปในปี 2020 ในขณะเดียวกันเพื่อนของเขามาร์ธา แม็กนัส และฟรานซิสกากำลังพยายามเปิดเผยว่าบาร์ทอสซ์เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นในเมืองวินเดน ซึ่งเป็นบ้านเกิดเล็กๆ ของพวกเขาอย่างไร ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ถูกดึงดูดเข้าสู่เหตุการณ์ที่จัดโดยบุคคลที่ไม่ชัดเจน ซึ่งดูเหมือนจะควบคุมทุกสิ่งที่เชื่อมโยงกันตลอดเขตเวลาต่างๆ

การค้นหาเส้นทางกลับไปยังเวลาบัจจุบันของโยนาสที่ยิ่งซับซ้อนและอันตราย รวมถึงช่วงเวลาทั้งสามของ อดีต / บัจจุบัน / อนาคต ที่กำลังจะเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ (อีกครั้ง)
– กลับมาให้ปวดหัวกันอีกรอบสำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ ในซีซั่น 2 จะดำเนินเรื่องต่อจากเหตุการณ์ตอบจบซีซั่นแรก ที่โยนาสได้ข้ามเวลามายังอนาคต ที่เหลือเพียงแค่ซากเมืองและผู้คนจำนวนหนึ่งที่รวมกลุ่มกันต่อต้านอะไรบางอย่าง
– ในซีซั่นนี้ได้เปิดเผยตัวร้ายที่ชื่อ ” อดัม ” ผู้อยู่เบื้องหล้งเหตุการณ์วนลูบทั้งหมด เขาต้องการให้ปี 2020 เกิดเหตุ ” วันสิ้นโลก ” เพื่อให้ไทมไลน์เวลาทั้งหมดถูกรีเซ็ตใหม่ และเกิดซ้ำวนไปมาเรื่อยๆ ซึ่งโยนาสไม่เห็นด้วยกับการกระทำนั้น จึงต้องหาวิธีหยุดต้นตอของวงจรเวลาที่จะเกิดซ้ำไปซ้ำมานี้
– เรื่องราวในซีซั่นนี้จะเปิดเผย ความลับ ชาติกำเนิด และอดีตต่างๆของตัวละครหลายๆตัว คลายปมบางอย่างที่ผู้เขียนเองก็คาดไม่ถึง ยอมรับเลยว่าทีมงานวางแผนมาดีมากในการเล่าเรื่องในหลายๆช่วงเวลาได้โดยที่ไม่สับสน (คนที่ดูต้องคอยสังเกตุดีๆนะครับ เพราะหนังจะไม่เล่าเรียงจาก อดีต > บัจจุบัน > อนาคต แต่จะเล่าสลับกันไปมาให้คนดูคิดตาม) ซึ่งเป็นจุดเด่นของซีรี่ส์เรื่องนี้ที่ทำให้น่าติดตามอย่างมาก

– โดยในช่วง EP ท้ายๆ เรื่องราวจะเข้มข้นมากถึงมากที่สุด ในช่วงใกล้วันสิ้นโลกจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดมากมาย  ดูหนัง และเกิดคำถามให้คนดูต้องคิดต่อ รวมถึงบางสิ่งที่ผู้เขียนคิดว่า สามารถยกระดับเรื่องราวให้สนุกมากขึ้นไปอีกในซีซั่นหน้า

(Visited 7 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *